ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2569 คำนวณอย่างไร: ค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อน อัตราก้าวหน้า และการหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของลูกจ้างคำนวณจากเงินได้ทั้งปีของปีภาษี 2569 (ค.ศ. 2026) โดยหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนก่อน แล้วนำเงินได้สุทธิที่เหลือไปใช้อัตราก้าวหน้า 5% ถึง 35% ส่วนที่ไม่เกิน ฿150,000 ได้รับยกเว้น นายจ้างหักภาษีล่วงหน้าทุกเดือนด้วยวิธีที่กรมสรรพากรกำหนด บทความนี้อธิบายแต่ละขั้นพร้อมตัวอย่างที่ตัวเลขทุกตัวมาจากเครื่องคำนวณเดียวกับหน้าเครื่องมือ
ห้าขั้นของการคำนวณ
- เงินได้ทั้งปี คือเงินเดือนคูณ 12 ในกรณีที่เงินเดือนเท่ากันทั้งปี
- หักค่าใช้จ่ายเหมา 50% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน ฿100,000
- หักค่าลดหย่อน ได้แก่ ส่วนตัว ฿60,000 คู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ ฿60,000 บุตรคนละ ฿30,000 และเงินสมทบประกันสังคมตามที่จ่ายจริง
- ผลลัพธ์คือเงินได้สุทธิ ถ้าติดลบถือเป็น 0
- นำเงินได้สุทธิไปคิดภาษีตามอัตราก้าวหน้าทีละช่วง
อัตราก้าวหน้า
อัตราก้าวหน้าใช้กับเงินได้สุทธิเป็นช่วงๆ แต่ละช่วงคิดอัตราเฉพาะส่วนที่อยู่ในช่วงนั้น ไม่ได้คิดทั้งก้อนด้วยอัตราสูงสุดที่ไปถึง ตารางด้านล่างแสดงภาษีสูงสุดที่เกิดจากแต่ละช่วงและภาษีสะสมเมื่อเงินได้สุทธิเต็มช่วง
| เงินได้สุทธิต่อปี | อัตรา | ภาษีสูงสุดของช่วง | ภาษีสะสมเมื่อเต็มช่วง |
|---|---|---|---|
| ไม่เกิน ฿150,000 | 0% | ฿0 | ฿0 |
| ฿150,001 ถึง ฿300,000 | 5% | ฿7,500 | ฿7,500 |
| ฿300,001 ถึง ฿500,000 | 10% | ฿20,000 | ฿27,500 |
| ฿500,001 ถึง ฿750,000 | 15% | ฿37,500 | ฿65,000 |
| ฿750,001 ถึง ฿1,000,000 | 20% | ฿50,000 | ฿115,000 |
| ฿1,000,001 ถึง ฿2,000,000 | 25% | ฿250,000 | ฿365,000 |
| ฿2,000,001 ถึง ฿5,000,000 | 30% | ฿900,000 | ฿1,265,000 |
| เกิน ฿5,000,000 | 35% | ไม่มีขีดจำกัด | ไม่มีขีดจำกัด |
ค่าใช้จ่ายเหมาและเพดาน ฿100,000
ค่าใช้จ่ายเหมาคือ 50% ของเงินได้ทั้งปี แต่หักได้ไม่เกิน ฿100,000 จึงถึงเพดานเมื่อเงินได้ทั้งปีถึง ฿200,000 ซึ่งตรงกับเงินเดือนตั้งแต่ ฿16,667 ต่อเดือน เงินเดือนที่สูงกว่านี้หักค่าใช้จ่ายได้เท่าเดิม ตารางแสดงเงินเดือนบางระดับรอบเพดาน
| เงินเดือนต่อเดือน | เงินได้ทั้งปี | 50% ของเงินได้ | ค่าใช้จ่ายที่หักได้ | สถานะ |
|---|---|---|---|---|
| ฿15,000 | ฿180,000 | ฿90,000 | ฿90,000 | ยังไม่ถึงเพดาน |
| ฿16,666 | ฿199,992 | ฿99,996 | ฿99,996 | ยังไม่ถึงเพดาน |
| ฿16,667 | ฿200,004 | ฿100,002 | ฿100,000 | ถึงเพดาน |
| ฿17,500 | ฿210,000 | ฿105,000 | ฿100,000 | ถึงเพดาน |
| ฿25,000 | ฿300,000 | ฿150,000 | ฿100,000 | ถึงเพดาน |
ค่าลดหย่อนที่เครื่องคำนวณใช้
| รายการ | จำนวนต่อปี |
|---|---|
| ผู้มีเงินได้ (ส่วนตัว) | ฿60,000 |
| คู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ | ฿60,000 |
| บุตรชอบด้วยกฎหมายและบุตรบุญธรรม คนละ | ฿30,000 |
| บุตรคนที่ 2 เป็นต้นไปที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 คนละ | ฿60,000 |
| เงินสมทบประกันสังคม | ตามที่จ่ายจริง |
ค่าลดหย่อนอื่น เช่น เบี้ยประกันชีวิต เบี้ยประกันสุขภาพ ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้าน กองทุนต่างๆ ไม่อยู่ในเครื่องคำนวณ เงื่อนไขของคู่สมรสและบุตร เช่น เงินได้ อายุ การศึกษา และการนับลำดับบุตร ผู้ใช้เลือกจำนวนเองและเครื่องคำนวณไม่ตรวจ
ตัวอย่าง: เงินเดือน ฿30,000 ไม่มีคู่สมรสและบุตร
เงินได้ทั้งปี ฿360,000 ค่าใช้จ่ายเหมา 50% คือ ฿180,000 ถึงเพดานแล้วจึงหักได้ ฿100,000 เงินสมทบประกันสังคม ฿875 ต่อเดือน เป็น ฿10,500 ต่อปี ค่าลดหย่อนรวม ฿70,500 (ส่วนตัว ฿60,000 กับประกันสังคม ฿10,500) เงินได้สุทธิจึงเป็น ฿360,000 - ฿100,000 - ฿70,500 = ฿189,500
ภาษีคิดทีละช่วง: ฿150,000 คิด 0% เป็น ฿0 และ ฿39,500 คิด 5% เป็น ฿1,975 รวมภาษีทั้งปี ฿1,975 หารด้วย 12 ได้ ฿164.58 ต่อเดือน เงินเดือนสุทธิต่อเดือนคือ ฿30,000 - ฿875 - ฿164.58 = ฿28,960.42
ตัวอย่าง: เงินเดือน ฿50,000 เทียบกรณีมีคู่สมรสและบุตร 2 คน
| รายการ | ไม่มีคู่สมรสและบุตร | มีคู่สมรสและบุตร 2 คน |
|---|---|---|
| ค่าลดหย่อนรวมต่อปี | ฿70,500 | ฿190,500 |
| เงินได้สุทธิ | ฿429,500 | ฿309,500 |
| ภาษีทั้งปี | ฿20,450 | ฿8,450 |
| ภาษีหัก ณ ที่จ่ายต่อเดือน | ฿1,704.16 | ฿704.16 |
| เงินสุทธิต่อเดือน | ฿47,420.84 | ฿48,420.84 |
คู่สมรสและบุตร 2 คนเพิ่มค่าลดหย่อน ฿120,000 ต่อปี ภาษีทั้งปีลดลง ฿12,000 และเงินสุทธิต่อเดือนเพิ่มขึ้น ฿1,000
การหักภาษี ณ ที่จ่ายรายเดือน
กรมสรรพากรให้นายจ้างถือว่าเงินเดือนของเดือนที่จ่ายเป็นเงินได้เสมือนได้รับทั้งปี คำนวณภาษีทั้งปีตามห้าขั้นข้างต้น แล้วหารด้วยจำนวนงวดที่จ่าย ถ้าหารไม่ลงตัว ตัดเศษต่ำกว่าสตางค์ในแต่ละเดือน และเศษที่สะสมไปรวมในการหักเดือนธันวาคม
ตัวอย่างในเอกสารของกรมสรรพากรใช้เงินเดือน ฿70,000 มีคู่สมรส บุตร 2 คน เบี้ยประกันชีวิต ฿90,000 และดอกเบี้ยเงินกู้ ฿100,000 เงินได้สุทธิ ฿370,000 ภาษีทั้งปี ฿14,500 หารด้วย 12 ได้ ฿1,208.33 ต่อเดือนช่วงมกราคมถึงพฤศจิกายน และ ฿1,208.37 ในเดือนธันวาคม เอกสารนั้นเป็นตัวอย่างของปีภาษี 2560 ค่าลดหย่อนบางรายการต่างจากเครื่องคำนวณนี้ เครื่องคำนวณนำมาทดสอบกลไกการหารและตัดเศษ ได้ผลตรงกับตัวอย่างทุกสตางค์
เงินเดือนเท่าไรเริ่มมีภาษี
ภาษีเริ่มเกิดเมื่อเงินได้สุทธิทั้งปีเกิน ฿150,000 ตารางแสดงเงินเดือนต่ำสุดที่เริ่มมีภาษี โดยคิดประกันสังคมตามเพดานใหม่และไม่มีค่าลดหย่อนอื่น
| กรณี | เงินเดือนต่อเดือนที่เริ่มมีภาษี |
|---|---|
| ไม่มีคู่สมรสและบุตร | ฿26,709 ขึ้นไป |
| มีคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ | ฿31,709 ขึ้นไป |
| มีบุตร 1 คน | ฿29,209 ขึ้นไป |
| มีบุตร 2 คน | ฿31,709 ขึ้นไป |
| มีคู่สมรสและบุตร 2 คน | ฿36,709 ขึ้นไป |
ภาษีที่หักไว้กับภาษีที่ต้องเสียจริง
ภาษีที่นายจ้างหักทุกเดือนเป็นการเสียล่วงหน้าตามข้อมูลที่แจ้งไว้ ภาษีที่ต้องเสียจริงของปีคำนวณเมื่อยื่นแบบ โดยรวมเงินได้ทุกประเภทและค่าลดหย่อนทุกรายการ ผลต่างระหว่างสองจำนวนนี้คือภาษีที่ชำระเพิ่มหรือขอคืน เครื่องคำนวณนี้แสดงเฉพาะการหัก ณ ที่จ่ายของเงินเดือนตามเงื่อนไขที่ระบุ ไม่ได้คำนวณการยื่นแบบ
สิ่งที่บทความนี้ไม่ได้คำนวณ
โบนัส ค่าล่วงเวลา เงินได้จากแหล่งอื่น เงินเดือนที่เปลี่ยนระหว่างปี การเข้าทำงานกลางปี ค่าลดหย่อนนอกเหนือจากส่วนตัว คู่สมรส บุตร และประกันสังคม เงินได้ของผู้ที่ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย และมาตรการภาษีเฉพาะกิจ หน้า "แหล่งที่มาและอัตรา" ระบุสิ่งที่ยังยืนยันไม่ได้ครบทุกข้อ
คำนวณเงินเดือนสุทธิตามสถานการณ์ของผู้ใช้แหล่งที่มา
- กรมสรรพากร: เอกสารอบรมการหัก ณ ที่จ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง ตามโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (อัตราก้าวหน้า วิธีหัก ณ ที่จ่าย ตัวอย่างการคำนวณ)
- กรมสรรพากร: ผู้มีเงินได้มีสิทธิหักลดหย่อนอะไรได้บ้าง? (ค่าลดหย่อนส่วนตัว คู่สมรส บุตร)
- กรมสรรพากร: ร้อยเรื่องลดหย่อน หมวดค่าลดหย่อนประกันสังคม
- สำนักงานประกันสังคม: สรุปมติคณะกรรมการประกันสังคม ครั้งที่ 27/2568 (อัตราเงินสมทบมาตรา 33 ฝ่ายละร้อยละ 5)
- อัตราแต่ละรายการพร้อมแหล่งที่มาและวันที่ตรวจสอบ: แหล่งที่มาและอัตรา
หน้านี้แสดงตัวเลขที่คำนวณจากอัตราในหน้า "แหล่งที่มาและอัตรา" เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่การยื่นแบบภาษี ไม่ใช่เอกสารของประกันสังคม และไม่แทนสลิปเงินเดือน หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือหนังสือแจ้งจากกรมสรรพากรและสำนักงานประกันสังคม ไม่ได้สะท้อนสถานการณ์เฉพาะของแต่ละคน อัตราปรับปรุงถึง 2 พฤศจิกายน 2569