ประกันสังคมมาตรา 33 ปี 2569: เพดาน 17,500 บาท เงินสมทบสูงสุด 875 บาท และการหักลดหย่อนภาษี

อัตราตรวจสอบ 2 พฤศจิกายน 2569 · Go Home Early

ผู้ประกันตนมาตรา 33 คือลูกจ้างที่นายจ้างส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ลูกจ้างจ่ายร้อยละ 5 ของค่าจ้าง นายจ้างจ่ายร้อยละ 5 เท่ากัน ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ค่าจ้างที่ใช้คิดเงินสมทบมีเพดาน ฿17,500 ต่อเดือน เงินสมทบส่วนลูกจ้างจึงสูงสุด ฿875 ต่อเดือน (฿10,500 ต่อปี) เดิมเพดานคือ ฿15,000 และสูงสุด ฿750

วิธีคิดเงินสมทบของลูกจ้าง

เงินสมทบเท่ากับค่าจ้าง x 5% โดยค่าจ้างที่นำมาคิดไม่เกินเพดาน ฿17,500 ถ้าเงินเดือนสูงกว่าเพดานก็คิดจากเพดาน ฐานค่าจ้างต่ำสุดที่เครื่องคำนวณรองรับคือ ฿1,650 ตารางแสดงเงินสมทบที่เงินเดือนต่างๆ

เงินเดือนต่อเดือนค่าจ้างที่ใช้คิดเงินสมทบต่อเดือนเงินสมทบต่อปีสถานะ
฿10,000฿10,000฿500฿6,000ไม่เกินเพดาน
฿15,000฿15,000฿750฿9,000ไม่เกินเพดาน
฿17,500฿17,500฿875฿10,500เท่ากับเพดาน
฿30,000฿17,500฿875฿10,500เกินเพดาน
฿50,000฿17,500฿875฿10,500เกินเพดาน

ตัวอย่าง เงินเดือน ฿30,000 คิดจากเพดาน ฿17,500 x 5% = ฿875 ต่อเดือน เมื่อเงินเดือนสูงขึ้นอีก เงินสมทบก็ยังเป็น ฿875 เท่าเดิม ตัวเลขนี้ทำให้ส่วนที่ถูกหักเป็นประกันสังคมคิดเป็นสัดส่วนที่ลดลงเมื่อเงินเดือนสูง

เพดานค่าจ้างที่เปลี่ยนตั้งแต่ 1 มกราคม 2569

ข่าวของอินโฟเควสท์ (แหล่งรอง) รายงานว่าคณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างกฎกระทรวงให้เพดานค่าจ้างมาตรา 33 เป็น ฿17,500 ในปี 2569 ถึง 2571 โดยเงินสมทบสูงสุด ฿875 ต่อเดือน และรายงานด้วยว่าขั้นต่อไปคือ 20,000 บาท และ 23,000 บาท ตัวบทกฎกระทรวงยังไม่ได้อ่านจากราชกิจจานุเบกษาหรือเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม ขั้นหลังปี 2571 ไม่ได้นำมาคำนวณในเว็บไซต์นี้

ตารางเทียบเงินสุทธิต่อเดือนเมื่อใช้เพดานเดิม ฿15,000 กับเพดานใหม่ ฿17,500 โดยใช้กติกาภาษีของปี 2569 เหมือนกัน (ผู้ไม่มีคู่สมรสและบุตร) การเทียบนี้เป็นสมมติฐานเพื่อดูผลของเพดาน

เงินเดือนเงินสมทบ (เพดานเดิม)เงินสุทธิ/เดือน (เพดานเดิม)เงินสมทบ (เพดานใหม่)เงินสุทธิ/เดือน (เพดานใหม่)ต่างกัน/เดือน
฿20,000฿750฿19,250฿875฿19,125฿125
฿30,000฿750฿29,079.17฿875฿28,960.42฿118.75
฿50,000฿750฿47,533.34฿875฿47,420.84฿112.50
฿100,000฿750฿89,020.84฿875฿88,927.09฿93.75

เงินสมทบที่เพิ่มขึ้นเป็นรายการลดหย่อน จึงลดเงินได้สุทธิและภาษีทั้งปีลงบางส่วน ผลที่เงินสุทธิต่อเดือนจึงลดลงน้อยกว่าเงินสมทบที่เพิ่มในกรณีที่มีภาษี

การหักลดหย่อนภาษี

ตามมาตรา 47(1)(ฌ) แห่งประมวลรัษฎากร เงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมหักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินที่กฎหมายว่าด้วยประกันสังคมกำหนด หน้าตอบคำถามของกรมสรรพากร (ปรับปรุงล่าสุด 3 ธันวาคม 2564) ระบุว่าไม่เกินคนละ 9,000 บาท ซึ่งเท่ากับเงินสมทบสูงสุดปีละ ฿9,000 ภายใต้เพดานเดิม (฿750 x 12)

เมื่อเงินสมทบสูงสุดเป็น ฿875 ต่อเดือน ยอดจ่ายจริงต่อปีสูงสุดคือ ฿10,500 เครื่องคำนวณนี้หักตามยอดที่จ่ายจริง ไม่พบหน้าของกรมสรรพากรที่ลงปี 2569 ยืนยันวงเงินใหม่ ตารางต่อไปนี้แสดงว่าถ้าวงเงินหักลดหย่อนเป็น ฿9,000 แทนที่จะเป็นยอดจ่ายจริง ภาษีทั้งปีจะต่างกันเท่าไร

เงินเดือนเงินสมทบต่อปีเงินได้สุทธิ (หักตามจ่ายจริง)ภาษีทั้งปี (ตามจ่ายจริง)ภาษีทั้งปี (วงเงิน ฿9,000)ผลต่าง
฿30,000฿10,500฿189,500฿1,975฿2,050฿75
฿50,000฿10,500฿429,500฿20,450฿20,600฿150
฿100,000฿10,500฿1,029,500฿122,375฿122,750฿375

ผลต่างคือส่วนของเงินสมทบเกิน ฿9,000 คูณอัตราภาษีของช่วงที่ส่วนนั้นอยู่ เงินเดือน ฿30,000 ภาษีอยู่ที่อัตรา 5% เงินเดือน ฿50,000 อยู่ที่ 10% และเงินเดือน ฿100,000 อยู่ที่ 25%

สิ่งที่บทความนี้ไม่ได้คำนวณ

เงินสมทบส่วนนายจ้าง ผู้ประกันตนมาตรา 39 และมาตรา 40 สิทธิประโยชน์และบำนาญชราภาพ มาตรการลดเงินสมทบเป็นร้อยละ 3 ในพื้นที่ประสบอุทกภัย 9 จังหวัดภาคใต้ที่สำนักงานประกันสังคมประกาศสำหรับงวดเดือนธันวาคม 2568 ถึงพฤษภาคม 2569 และค่าจ้างที่ต่ำกว่า ฿1,650 หน้า "แหล่งที่มาและอัตรา" ระบุสิ่งที่ยืนยันไม่ได้ครบทุกข้อ

คำนวณเงินสุทธิตามเงินเดือนของผู้ใช้

แหล่งที่มา

หน้านี้แสดงตัวเลขที่คำนวณจากอัตราในหน้า "แหล่งที่มาและอัตรา" เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่การยื่นแบบภาษี ไม่ใช่เอกสารของประกันสังคม และไม่แทนสลิปเงินเดือน หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือหนังสือแจ้งจากกรมสรรพากรและสำนักงานประกันสังคม ไม่ได้สะท้อนสถานการณ์เฉพาะของแต่ละคน อัตราปรับปรุงถึง 2 พฤศจิกายน 2569